Category: 2017

  • [ Review ] Displaced @BACC by Jakkai Siributr

    [ Review ] Displaced @BACC by Jakkai Siributr

    by ธมน ชอบธรรม

    นิทรรศการ DISPLACED จัดแสดงที่ BACC เป็นงานศิลปะของ จักกาย ศิริบุตร ที่สำรวจประเด็นว่าด้วยการเมืองของศาสนาและชาติพันธุ์ ศิลปินเริ่มทำขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ภายใต้บริบทที่จำกัดอยู่ในเมืองไทย ผลงานที่จัดแสดง 3 ชิ้นในนิทรรศการนี้ ได้แก่ 78 (พ.ศ.2557), Changing Room (พ.ศ.2560) และ The Outlaw’s Flag (พ.ศ.2560) เป็นศิลปะที่ตรวจสอบผลกระทบทางสังคม การเมือง และจิตใจ อันเกิดจากความขัดแย้งที่ผู้คนในบริเวณสุดแดนใต้ของไทยที่มีประสบการณ์ร่วมกับชาวโรฮิงญาจากเมียนมา ผลงานเหล่านี้จะพาผู้ชมเผชิญหน้ากับประเด็นของการที่คนทั้งสังคมถูกขับออกจากถิ่นฐาน ถูกเนรเทศ และถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 

    เมื่อได้เข้าชมนิทรรศการนี้ DISPLACED แล้ว จึงชอบนิทรรศการอยู่ชิ้นหนึ่ง ชื่อผลงาน 78 (พ.ศ.2557) ลักษณะผลงานมีรูปทรงเป็นลูกบาศก์สีดำขนาดใหญ่ ทำจากโครงเหล็กแล้วคลุมด้วยผ้าสีดำทั้งสี่ด้าน ประดับลวดลายด้วยแผ่นทองเหลืองที่ตัดเป็นรูปโค้งงอแตกต่างกัน และลูกปัดขนาดใหญ่ที่ถูกร้อยเรียงต่อกันขนาบข้างแผ่นทองเหลือง ด้วยรูปแบบนี้มีลักษณะคล้ายกับกะอ์บะฮ์ (Kaaba) ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมและจุดศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของมุสลิมทั่วโลก กล่าวคือไม่ว่าชาวมุสลิมจะอาศัยอยู่ทวีปไหน เวลาทำละหมาดจะต้องหันหน้าไปทิศที่มีกะอ์บะฮ์เสมอ ลักษณะการทำเช่นนี้ทำให้นึกถึงอารยธรรมของชาวมุสลิมได้เป็นอย่างดี

    แต่เมื่อเข้ามาภายในกลับมีแพไม้ไผ่ถูกแขวนและเรียงซ้อนชั้นตั้งแต่ฐานถึงยอด แขวนเรียงอย่าเป็นระเบียบทั้งสี่ด้าน บนแพไม้ไผ่มีการวางชุดแต่งกายมุสลิมชายซึ่งปักลวดลายเป็นภาษาอาหรับด้วยลูกปัด ลักษณะดังกล่าวไม่เป็นไปตามรูปแบบกะอ์บะฮ์ เพราะภายในอาคารเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีเพียง “หินดำ” ที่อยู่มุมด้านหนึ่งของตัวอาคาร แต่ศิลปินกลับนำชุดแต่งกายมุสลิมชายกับแพไม้ไผ่มานำเสนอนั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการเคลื่อนย้ายบรรดาผู้ชุมนุมขึ้นไปนอนราบต่อกันเป็นชั้น ๆ ซึ่งในขณะนั้นผู้ชุมนุมล้วนอยู่ในช่วงการถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากแรงกดทับและขาดอากาศหายใจอย่างมาก เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้เสียชีวิตต้องเพิ่มขึ้นอีก 78 ราย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อผลงาน 78 ด้วย อีกทั้งชุดแต่งกายมุสลิมก็ยังมีด้วยกัน 78 ตัว โดยปักชื่อของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นภาษาอาหรับที่แขนเสื้อ

    จักกาย ศิริบุตร สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อทางศาสนาของชาวมุสลิมและความขัดแย้งของทหาร อันเป็นบ่อเกิดมาจากการนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน ผลงาน 78 จึงเป็นผลงานที่ตั้งคำถามกับตัวผู้เขียนที่ว่าทหารปฏิบัติงานในทางที่สมควรแล้วหรือกับความสูญเสียผู้บริสุทธิ์ในเหตุการณ์นี้

  • [ Review ] You Never Really Know People Even The Ones You Love @ Future Factory Bangkok

    [ Review ] You Never Really Know People Even The Ones You Love @ Future Factory Bangkok

    By Toeitima

    “You never really know people even the ones you love” นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมันร่วมกับสื่อผสมอื่นๆ ของศิลปินรุ่นใหม่ นพร สืบสงวน จัดแสดงขึ้นที่ Future Factory Bangkok ภายในนิทรรศการประกอบด้วยผลงานเพียง 4 ภาพเท่านั้น จัดตั้งบริเวณส่วนหนึ่งของมุมห้อง แม้ว่าห้องที่ใช้จัดแสดงนิทรรศการนี้จะมีนิทรรศการอื่นร่วมด้วย แต่จากเอกลักษณ์ที่สะดุดตาของภาพวาดหญิงสาวราวกับภาพเหมือนที่แสดงออกในท่วงท่าที่ต่างกันออกไป รวมถึงเทคนิคกระบวนการการนำเสนอของแต่ละภาพที่น่าสนใจ ทั้งโทนสี แสงเงา การจงใจของศิลปินที่ได้เพิ่มมิติบนพื้นผิวจากภาพวาดสีน้ำมันธรรมดาให้ดูน่าค้นหา และครอบคลุมไว้ภายใต้ชื่อของนิทรรศการ ทำให้ผลงานเพียงไม่กี่ภาพเหล่านี้ยากที่จะถูกละเลยจากสายตาไปได้ ผู้เขียนเองก็เช่นกัน

    จากคำอธิบายของสูจิบัตรและชื่อของนิทรรศการที่บ่งบอกถึงความไม่แน่นอนของมนุษย์ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แม้คุณจะคิดว่าคุณรู้จักคนๆ นั้นดีที่สุดแล้ว แต่สุดท้ายมนุษย์ก็สร้างสิ่งที่อยากให้เห็น และปิดสิ่งที่ไม่ต้องการให้รู้ได้ หรือเป็นการสร้าง “หน้ากาก” เพื่อบดบังพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง ทุกคนย่อมมีฉากหน้าและฉากหลังไม่ต่างจากการการทำละครเวที พื้นที่ส่วนตัวเป็นไม่ใช่เรื่องผิดที่จะถูกปิดบัง ทุกคนสามารถสร้างภาพพจน์ของตนเองได้ เช่นเดียวกับที่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน และศิลปินก็ได้นำเสนอหน้ากากที่มนุษย์ใส่ให้ตนเอง ผ่านผลงานภาพวาดทั้ง 4 ชิ้น จากการนำเสนอด้วยรูปลักษณ์ของหญิงสาวตามความถนัดของศิลปิน ตัวอย่างเช่น ภาพ You Don’t Know Me เป็นผลงานที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง โดยภาพวาดแสดงให้เห็นเป็นครึ่งบนของหญิงสาวที่เท้าคางอยู่ มีการเพิ่มกรอบผ้าใบที่มีขนาดเล็กกว่าพร้อมกับใส่สีที่ดูเป็นลักษณะการเบลอภาพติดไว้บนส่วนปากของหญิงสาว ทำให้ผู้ชมเห็นได้เพียงแววตาและลักษณะท่าทางของหญิงในภาพเพียงเท่านั้น ผู้ชมไม่มีวันรู้หน้าตาทั้งหมดและความรู้สึกที่แท้จริงของเธอได้ หากจะให้ผู้เขียนเดาจากองค์ประกอบเท่าที่ได้เห็นจากแววตา เธอคงรู้สึกเบื่อหน่ายน่าดู หรืออีกแง่หนึ่งการที่ตั้งใจเบลอส่วนปากเอาไว้ อาจจะแสดงให้เห็นว่าเธอคงไม่อยากพูดคุยกับใคร แต่อย่างไรก็ตามภาพก็แสดงออกว่าหญิงสาวต้องการปกปิดบางส่วนของเธอเอาไว้เพื่อปิดบังบางอย่าง รวมถึงภาพอื่นๆ ที่แต่งเสริมเติมแต่งต่างกันออกไป

    การแสดงผลงานของนิทรรศการนี้ ราวกับต้องการตอกย้ำความจริงที่ทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าการแสร้งหรือการสร้างภาพตามแต่ตัวบุคคลมิใช่เรื่องนอกเหนือการยอมรับ และเป็นปกติแม้แต่กับคนที่คุณรัก  ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหมือนกับประโยคที่กล่าวว่า “เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน” ก็คงจะจริง แม้จะฟังดูเศร้าราวกับกับไม่ได้รับความสำคัญที่ไม่รู้จักทุกซอกมุมของคนรัก หรือแม้บางคนจะบอกว่าพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนไป มันก็แค่การค้นพบตัวตนที่แท้จริงมากขึ้นก็เท่านั้น แล้วคุณล่ะ ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของคุณหรือยัง?